saostar

Banner โฆษณา

ร้องเพจดังพบม้าถูกล่ามตากแดดตากฝน หน่วยงานลงพื้นที่ให้แก้ไข สรุปเจ้าของตัดปัญหา ขายม้าทันที

    ชาวบ้านร้องเพจ กลุ่มคนรักสัตว์ พบม้าถูกเจ้าของเลี้ยงตากแดดตากฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พบม้ามีสภาพสมบูรณ์ดี แต่การเลี้ยงไม่ได้มาตรฐาน ต้องสร้างเพิงกันแดดกันฝน จนกระทั่งได้ข้อสรุป เจ้าของตัดสินใจขายม้าทั้งสองตัวให้กับสวนปัญอิสรภาพแม่ชีขวัญ จ.ลำพูน ในราคา ตัวละ 1.5 หมื่นบาทไปเลี้ยงต่อไป

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “จ๊อด ผู้ฆ่ายักษ์” ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือในเพจสื่อสาธารณะต่าง ๆ ของกลุ่มคนรักสัตว์  โดยมีข้อความว่า “ สวัสดีครับพี่ป้าน้าอา สมช.กลุ่มทุกท่านมีท่านใดพอจะช่วยเหลือม้าให้หลุดจากตรงนี้ได้มั่งผมเห็นแล้วสงสารจับใจ เจ้าของล่ามให้กินหญ้าจุดละสี่ถึงห้าวัน ไม่มีคอก ต้องทนแดดทนฝนแบบนี้อีกกี่ปี ผมพักอยู่ใกล้ๆมันทนเห็นแบบนี้ไม่ได้ เลี้ยงแบบนี้อย่าเลี้ยงเลย พิกัด ปิ่นทองหนึ่ง ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีครับ

                หลังจากนั้น วันนี้ ( 7 ก.ย. ) นายคำนึง พิกุลทอง เจ้าพนักงานปกครอง ผู้แทน จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายอภิชาต คงถอด ปลัดอำเภอศรีราชา ปศุสัตว์อำเภอศรีราชา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ชมรมคนรักและช่วยเหลือสัตว์แห่งประเทศไทย องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ ARCP และเดอะโฮป ไทยแลนด์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 6/4 หมู่ 10 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวตามที่ได้รับการร้องเรียนมา โดยพบกับ นายสุนันท์ สวาสดิ์เพ็ชร์ อายุ 52 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รับว่าเป็นเจ้าของม้าตัวดังกล่าวและพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยพบว่าม้าพันธุ์ไทยสีน้ำตาลดำ เพศผู้ อายุ 3 ปี ผูกเชือกอยู่กับหลักบนพื้นที่ดินเปล่า ก่อนที่ฝนจะตกลงมา นายสุนันท์จึงย้ายมามาอยู่ในพื้นที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบม้าพบว่าม้ามีสุขภาพที่ดี มีลักษณะอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ไม่มีลักษณะเป็นโรคแต่อย่างใด รวมทั้งลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดที่นายสุนันท์ใช้เป็นที่เลี้ยงม้าพบว่า ในบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้าง มีโรงเลี้ยงม้า เลี้ยงวัว เลี้ยงควายเป็นคอกมีหลังคาจำนวน 3 หลัง แต่ขณะนี้ได้ถูกน้ำท่วมขัง จึงไม่สามารถที่จะเลี้ยงสัตว์ไว้ในที่ดินดังกล่าวได้ จึงต้องนำสัตว์ที่เลี้ยงไว้มาเลี้ยงบนพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง

                จากการสอบถาม นายสุนันท์ สวาสดิ์เพ็ชร์ เจ้าของม้าตัวดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนเองเลี้ยงม้าตัวดังกล่าวมาแล้วหลายปี โดยเลี้ยงไว้ทั้งหมด 2 ตัว เป็นพันธุ์ไทยและพันธุ์ผสม ซึ่งมีอายุประมาณ 3 ปีเท่ากัน ซึ่งตนเองก็เลี้ยงมาตามปกติ โดยไปผูกให้ม้ากินหญ้าตามพื้นที่ว่างต่าง ๆ ตามทุ่งนา และพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นรก และถึงตอนเย็นก็จะนำกลับมาผูกไว้ที่บ้าน หรือนำไปเลี้ยงไว้ในพื้นที่ที่ตนเองทำคอกไว้ แต่เนื่องจากในช่วงนี้ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้พื้นที่ ๆ เคยใช้เลี้ยงมา วัว และควายของตนเองนั้น เกิดน้ำท่วมสูง ทำให้ต้องเอามาผูกเลี้ยงไว้ในพื้นที่บ้านของตนเอง ซึ่งภาพที่ออกไปนั้นอยู่บนพื้นที่ของญาติ โดยอาจจะไม่ได้เก็บม้าตัวดังกล่าวเนื่องจากเป็นม้าพันธุ์ไทยที่สามารถอยู่กลางแดดกลางฝนได้ ตนจึงไม่ได้เก็บม้าเข้าร่ม จึงทำให้คนที่ผ่านไปมาที่ไม่รู้เกิดความรู้สึกสงสารม้าตัวดังกล่าวได้

                หลังจากนั้นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมูลนิธิได้ร่วมกันปรึกษาหารือและมีข้อยุติว่า ถ้าหากนายสุนันท์จะเลี้ยงม้าทั้งสองตัวไว้ในความดูแลต่อไป ก็จะต้องสร้างคอกกันแดดกันฝนให้กับม้าทั้งสองตัวได้อยู่อาศัยซึ่งต้องเลี้ยง ให้เหมาะสมตามกฎหมายและสวัสดิภาพชีวิตที่ดี  แต่ถ้าไม่เลี้ยงทางมูลนิธิได้ประสานงานกับ สวนปัญอิสรภาพแม่ชีขวัญ จ.ลำพูน แล้วว่าจะขอซื้อม้าทั้งสองตัวไปรับเลี้ยงไว้เองในราคาตัวละ 15,000 บาท ซึ่งนายสุนันท์ก็ตัดสินใจยอมขายม้าทั้งสองตัวไปในราคาดังกล่าว เพื่อให้ทาง สวนปัญอิสรภาพแม่ชีขวัญ จ.ลำพูน  รับไปเลี้ยงต่อไป แต่การขนย้ายม้าข้ามจังหวัดนั้นต้องมีการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อโลหิตจางในม้า และเชื้ออหิวาห์แอฟริกาในม้าซึ่งจะต้องรอผลตรวจ ไม่เกิน 1 สัปดาห์จึงจะทราบผล และทางด้านสวนปัญอิสรภาพแม่ชีขวัญ จ.ลำพูน ต้องติดต่อประสานงานเพื่อให้ข้อมูลการขนย้ายให้กับทางปศุสัตว์จังหวัดชลบุรีได้ออกใบอนุญาต และทำการฝังชิพข้อมูล เพื่อทำตามขั้นตอนในการขนย้ายสัตว์เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ต่อไป












 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ