คืบหน้ากรณีแม่ชีฉกแม่นางไม้ร้านอาหารดังศรีราชา พลเมืองดีแจ้งเบาะแสอยู่ในโรงพยาบาล เจ้าของร้านไปตรวจสอบก่อนนำแม่นางไม้กลับคืนและส่งมอบโทรศัพท์มือถือคืนให้แม่ชีแล้ว แต่หลังจากนั้นพระสงฆ์ได้แจ้งตำรวจควบคุมตัวอีกรอบ หลังจากก่อนหน้านี้ก่อเหตุอาละวาดทำลายทรัพย์สิน ทั้งขว้างปาไข่ไก่ใส่พระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรมจนวุ่นวายไปทั้งวัด ก่อนนำส่งบ้านญาติที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
จากกรณี
นางสาวเยาวลักษณ์ รักษาพันธ์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง “สุกี้บ้านไร่”และร้านอาหารกู๊ดวิวตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา
จังหวัดชลบุรี ได้แจ้งผู้สื่อข่าวว่ามีแม่ชีเข้ามาหยิบแม่นางไม้
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ร้านอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน
และทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่ร้านให้ดูต่างหน้านั้น
ล่าสุด
วันนี้ ( 15 ต.ค. ) เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางสาวเยาวลักษณ์ รักษาพันธ์ ว่าได้รับแจ้งว่าพบตัวแม่ชีที่ก่อเหตุแล้ว
ขณะนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่
14 ตุลาคมที่ผ่านมา พระสงฆ์ที่วัดเขาพุทธโคดมริมถนนสุขุมวิท
ม.4 ตำบลสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาควบคุมตัวแม่ชีท่านหนึ่งมีอาการทางจิต
ก่อเหตุอาละวาดทำลายข้าวของภายในวัด จนได้รับความเสียหาย รวมทั้งปาไข่ไก่ใส่พระสงฆ์และผู้ที่มาปฏิบัติธรรมจึงเดินทางไปตรวจสอบ
พบว่าเป็นแม่ชีคนเดียวกับคนที่มาก่อเหตุจริง
จึงเข้าไปสอบถามตัวแม่ชีว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวไปจริงหรือไม่
ซึ่งแม่ชีตอบว่าใช่ ซึ่งขณะนี้ได้นำแม่นางไม้ไปวางไว้ข้างพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสธรที่ตั้งอยู่ที่วัดเขาพุทธโคดม
ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตรแล้ว
จึงติดตามไปตรวจสอบพบว่าแม่นางไม้อยู่ในที่ที่แม่ชีบอกจริง
จึงนำแม่นางไม้กลับมาบูชาที่ร้าน พร้อมทั้งนำเอาโทรศัพท์มือถือพร้อมถุงกระดาษไปคืนแม่ชีที่โรงพยาบาล
แต่พอไปถึงทราบว่าแม่ชีเดินทางกลับไปที่วัดเขาพุทธโคดมแล้ว
จึงเดินทางไปที่วัดเพื่อมอบโทรศัพท์มือถือคืนให้กับแม่ชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่หลังจากนั้น
ก็มีพระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรมที่อยู่ในวัดเขาพุทธโคดม ได้เดินออกมาพบตัวแม่ชีคนดังกล่าว
จึงทราบชื่อคือ แม่ชีบัวหลวง (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 51 ปี โดย พระมหาวรพจน์ กิตติวัณโณ
เปิดเผยว่า อาตมาเคยเจอแม่ชีคนนี้เมื่อเกือบ 10 ปีแล้ว โดยมาปฏิบัติธรรมที่วัดในจังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วก็มาอาละวาดในวัด
เช่นเดินแก้ผ้าทำลายทรัพย์สินในวัด จนอาตมามาอยู่ที่วัดแห่งนี้
แม่ชีคนดังกล่าวก็ทราบเรื่อง ก็ตามมาราวีที่วัดนี้อีก และเมื่อวานที่ผ่านมา ( 14
ต.ค.) ก็มาอาละวาดทำลายอ่างบัว ทุบประตู ปาไข่ไก่ใส่พระและผู้มาปฏิบัติธรรม
แล้วตำรวจก็มาจับตัวไป ซึ่งพระสงฆ์เองก็ลำบากใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร เราทำอะไรไม่ได้
จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับตัวไปรักษาให้หาย
ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวที่วัดอีก อย่างวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาก็มาทุบอ่างบัว ถีบประตู
ตำรวจก็มาแต่เข้าไปไม่ได้เอาไม้เอาจอบเขวี้ยงใส่
สุดท้ายตำรวจก็จับขังให้สงบสติอารมณ์ในศาลา ทำให้ทางพระในวัดอยู่ด้วยความหวาดระแวง
แม่ชีคนดังกล่าวยังชอบไปแอบอยู่ในห้องน้ำ ทำให้ระแวงไปหมด
จึงต้องไปล็อกห้องน้ำไม่ให้แม่ชีคนนี้เข้าไป แต่เห็นแม่ชียืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ
ทำให้อาตมาไม่กล้าเข้าไปใกล้ กลัวคนอื่นจะมองไม่ดี
หลังจากนั้นจึงได้โทรไปหาเบอร์สามีเก่าของแม่ชีบัวหลวง
เพื่อให้ตัวสามีมารับแม่ชีบัวหลวงไปดูแล แต่ปลายสายตอบกลับมาว่า
ตนเองได้เลิกรากับแม่ชีบัวหลวงไปแล้ว จึงไม่สามารถจะมารับตัวแม่ชีบัวหลวงกลับไปได้
แล้วยิ่งแม่ชีอาละวาดแล้วด้วย ถ้าผมไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
แต่สามีบอกว่ามีผีมาเข้าร่างบัวหลวงบอกว่าเป็นพระมหา แล้วให้เบอร์โทรมาก็โทรติด
ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองได้เลิกรากับแม่ชีบัวหลวงกันไปแล้ว
จากการพูดคุยกับแม่ชีทราบว่าที่เป็นแบบนี้เนื่องจากโดนคุณไสย ไปแอบกินขนมของพี่สาว พี่สาวสวย ถูกวางคุณไสยใส่
บ้านอยู่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
สาเหตุที่ปาไข่ใส่พระใส่ผู้มาปฏิบัติธรรมเนื่องจากมีผู้หญิงท่านหนึ่งไม่รู้ชื่อเค้าโมโหที่กินแต่ไข่ไก่กัน
จึงเขวี้ยงปาไข่ทิ้ง เพราะแม่ไก่ออกไข่ไม่ทัน ทำไมไม่หันไปกินไข่เป็ดบ้าง
สงสารแม่ไก่
โดยนางนางสาวบุญหนา เวชการ ผู้ที่มาศึกษาธรรมมะในวัด ก็ได้เปิดเผยว่า
ผู้มาปฏิบัติธรรมมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก มาแล้วทำความวุ่นวาย
มาแล้วอาละวาดหนักเลย เจออะไรขวางหน้าก็พาล รื้อข้าวของกระจุยกระจาย
เมื่อวานก็เอาไข่เขวี้ยงใส่ตัวเรา ถ้าไม่หลบ คงจะถึงตัว จึงพยายามวิ่งหนี แม่ชีก็เอาไข่เขวี้ยงไล่หลังจนหมด โดยแม่ชีคนนี้เพิ่งมาอยู่ที่วัดเขาพุทธโคดมได้เพียง
2 วัน เป็นแม่ชีมาจากที่อื่น
อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล เพราะเห็นว่าแม่ชีไม่ใช่คนปกติ
อยากให้พาตัวไปรักษา เป็นคนปกติเค้าคงไม่ทำกันแบบนี้
หลังจากนั้นพระสงฆ์ที่วัดก็ได้โทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สภ.ศรีราชา ให้มารับตัวแม่ชีไป เนื่องจากเกรงว่าแม่ชีจะก่อเหตุอาละวาดทำลายสิ่งของ
และทำร้ายผู้มาปฏิบัติธรรมที่อยู่ภายในวัดอีก
ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็ได้พูดจาหว่านล้อมให้แม่ชีขึ้นไปรถ
เพื่อจะไปส่งที่โรงพยาบาล
แต่พอเช็คกับทางโรงพยาบาลพบว่าเพิ่งปล่อยตัวแม่ชีออกมาจากโรงพยาบาลเนื่องจากแม่ชีไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไร
พออาการดีขึ้นจึงให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ซึ่งถ้านำตัวกลับไปที่โรงพยาบาลอีกก็ไม่รู้จะรักษาอาการอะไร
และอาจจะสร้างความวุ่นวายภายในโรงพยาบาลได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามติดต่อญาติของแม่ชีให้ได้ก่อน
เพื่อปรึกษาหารือว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งก็ไม่สามารถติดต่อได้
จึงพยายามสอบถามแม่ชีว่าจะพักอยู่ไหน จำบ้านได้หรือไม่ ซึ่งแม่ชีก็จำได้
และยินยอมที่จะกลับไปบ้านที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทางวัดได้ว่าจ้างให้รถรับจ้างขับรถไปส่งที่บ้านแล้ว







ความคิดเห็น
/