saostar

Banner โฆษณา

สี่ชายฉกรรจ์ที่แท้ตำรวจ เข้าใจผิดคิดว่าจดหวยเถื่อน ฝากขอโทษ

คืบหน้ากรณีชาวบ้านเข้าแจ้งความร้องเรียนว่ามีสี่ชายฉกรรจ์บุกเข้าไปในเขตบ้าน อ้างว่าเป็นตำรวจ แต่ไม่ยอมแสดงตัว ล่าสึดทราบแล้วที่แท้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม สภ.หนองขาม ขับรถตรวจตราในพื้นที่ เกิดสงสัยคิดว่าเจ้าของบ้านจดหวยใต้ดิน จึงขอทำการตรวจสอบ ขอโทษแล้วที่เข้าไปตรวจสอบโดยพลการ

 จากกรณี นายสายชล ถาวรสุข อายุ 56 ปี ได้เดินทางมาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.อัสวิน จันโท พนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม จังหวัดชลบุรี ว่า มีชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนขับรถกระบะมาสด้า สีดำ 4 ประตู ทะเบียน กค 3227 จังหวัดตราด เข้ามาในเขตบ้านพักอาศัย และบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขอให้แสดงบัตรประจำตัวให้ดู แต่ชายทั้งสี่ไม่ยอมแสดงบัตร ลูกชายนายสายชลจึงถ่ายคลิปไว้ ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนขึ้นรถหลบหนีไปนั้น
              
  ล่าสุด พ.ต.ท.ณกฤช ใจรักเรียน รอง.ผกก.ป สภ.หนองขาม จังหวัดชลบุรี ได้ตรวจสอบจากภาพและทราบว่า ชายทั้งสี่คนที่ปรากฏอยู่ในคลิป เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.หนองขามจริง คือ ดาบตำรวจธวัชร นองเนือง ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม ส.ต.ต.ชานนท์ มณีสาย และเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจ สภ.หนองขามอีก 2 คน จึงเรียกให้มาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

 โดยดาบตำรวจธวัชร นองเนือง ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนและลูกน้องได้ขับรถตระเวนออกตรวจพื้นที่ต่าง ๆ โดยมิได้ใส่เครื่องแบบไปด้วย แต่เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ ตนเห็นผู้หญิงสองคนอยู่ในกระท่อม หน้าบ้าน  ท่าทางมีพิรุธ เหมือนจะจดหวยใต้ดิน จึงเข้าไปขอตรวจค้น โดยลืมไปว่าไม่ได้สวมเครื่องแบบตำรวจอยู่ พอเข้าไปตรวจค้นทางฝ่ายเจ้าของบ้านก็โวยวาย ตะโกนเสียงดัง ขอดูบัตรตำรวจ ตนจึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้สวมชุดตำรวจมา  ก็เลยพยายามชี้แจง และยกมือขอโทษไป แต่เจ้าของบ้านก็ยังโวยวายอยู่ ตนจึงตัดสินใจเดินขึ้นรถออกไปทันที จึงฝากขอโทษเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวด้วย ที่ทำไปไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี เพียงแต่ทำตามหน้าที่ตำรวจเท่านั้น  ยอมรับผิดที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป  โดยไม่ได้ทำตามระเบียบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าขอตรวจสอบ”
พ.ต.ท.ณกฤช ใจรักเรียน รอง.ผกก.ป สภ.หนองขาม จังหวัดชลบุรี จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ของดาบตำรวจธวัชร นองเนือง ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม ผู้ใต้บังคับบัญชาไป และขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีสติต่อไป มิเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตำรวจได้

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ