ท่าเรือแหลมฉบังพัฒนาโครงการสำคัญเพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าทางน้ำ
–รางใกล้แล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการในปีหน้า เช่นเดียวกับแผนพัฒนาท่าเรือฯ
ระยะ 3 ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดในโครงการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก
หรือ อีอีซี
เรือโท ยุทธนา
โมกขาว รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการสำคัญของท่าเรือแหลมฉบัง
เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางราง
ลดปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถยนต์และแก้ไขปัญหาการจราจรภายในท่าเรือฯว่า
ใกล้จะแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการในปี
2561 อาทิ โครงการท่าเรือชายฝั่ง
ที่จะสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางน้ำที่ปัจจุบันยังมีปริมาณน้อยมาก เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จริงจัง
อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำต่างๆ ที่โครงสร้างยังไม่เอื้อต่อการขนส่งสินค้าทางน้ำ
โดยการขนส่งทางน้ำโดยใช้เรือชายฝั่ง
ถือเป็นการดำเนินงานที่มีต้นทุนต่ำแต่ได้ปริมาณการขนสินค้าที่สูง
เนื่องจากเรือชายฝั่ง 1 ลำ สามารถขนส่งตู้สินค้าได้ 80-120 ตู้
และจะทำให้รถบรรทุกสินค้าหายไปจากถนนประมาณ 80-120 คัน
ซึ่งปัจจุบันโครงการท่าเรือชายฝั่ง
ใกล้แล้วเสร็จและคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณเดือน มี.ค.2561
ส่วนการสรรหาเอกชนเข้าช่วยในการเคลื่อนย้ายสินค้าน่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.ค. 2561
เช่นเดียวกับโครงการ SRTO หรือ Single Rail Transfer Operator ที่จะสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางรางให้เพิ่มจาก 6-7 แสนตู้ต่อปี เป็น 2 ล้านตู้ต่อปี คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2560 และจะเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าดำเนินการยกขนได้ในเดือน ก.ค.2561
ส่วนโครงการก่อสร้างถนนภายในท่าเรือฯ
ที่ใช้งบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อขยายถนนจาก 4 เลน เป็น 6 เลน
รวมทั้งการแก้ไขปัญหาจุดตัดด้วยการสร้างสะพาน OVERPASS 2 แห่ง
และสะพานยูเทิร์นเพื่อเข้าสู่ชุมชนแหลมฉบัง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
รวมทั้งโครงการขยายประตูขนส่งสินค้าจาก 16 ช่อง เป็น 32 ช่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับรถขนส่งตู้สินค้านั้น
ขณะนี้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย
และจะสามารถลดปัญหาด้านการจราจรที่แออัดในท่าเรือแหลมฉบังได้เป็นอย่างดี
เรือโท ยุทธนา
ยังเผยถึงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ว่าโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟให้ได้อีก
30 %ของจำนวนปริมาณสินค้าทั้งหมดที่เข้ามาขนถ่ายยังท่าเรือแหลมฉบัง โดยเน้นการออกแบบโครงการฯ
ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านการลดปริมาณการขนส่งทางบก
ซึ่งหากการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 แล้วเสร็จ
ปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 ล้านตู้ต่อปีเลยทีเดียว
ความคิดเห็น
/