saostar

Banner โฆษณา

ลมชักกำเริบ หนุ่มใหญ่ขับกระบะชนยับกลางเมืองพัทยา เจ็บ 15 ดับ 2 ราย



หนุ่มใหญ่วัย 44 ปี ซิ่งกระบะพุ่งชนประชาชนกว่า 10 คนร่างกระเด็นเกลื่อนถนนทั้งนักเรียนผู้ปกครอง เจ็บ 15 ราย ตายคาที่ 2 สุนัขตายอนาถคอขาดจากร่าง ประชาชนล้อมจับตื๊บน่วม ตำรวจพาออกจากที่เกิเหตุวุ่น

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 4 ธันวาคม 2560 ร.ต.ท.(ญ)ขวัญข้าว อินาวัง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์ขับพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคัน มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย เสียชีวิต 2ราย เหตุเกิดบนถนนเส้นพัทยาใต้ บริเวณหน้าตึกคอมพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บาวละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนกระบะยี่ห้ออีซุซุ ดีแม็ก สีดำ หมายเลขทะเบียน ผค 43 ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตลอดเส้นทางกว่า 200 เมตรพบรถชิ้นส่วนอะไหล่จยย.กระจัดกระจายเกลือนถนน รถจยย.ล้มระเนระนาดไม่มีชิ้นดี มีผู้บาดเจ็บกระเด็นคนละทิศละทางราย กว่า 10 ราย ส่วนใหญ่ เป็นเด็กนักเรียน และ ผู้ปกครอง สาหัสอีก 2 เสียชีวิตคาที่ 2 ราย ในที่เกิดเหตุยังพบสุนัขพันธ์ปอมเมอร์เรเนี่ยนตายในสภาพคอขาด 1 ตัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้ขับรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบนำตัวออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากมีประชาชนเข้าไปทำร้ายร่างกายจนนอนแน่นิ่ง

สอบสวนนายอัครเดช อุดมรัตน์ อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี ผู้ขับกระบะคันดังกล่าวอยู่ในอาการมึนงง ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขณะเกิดเหตุตนเองขับมาจามปกติจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าขับชนรถชาวบ้านพังยับเยินเกลื่อนถนนแล้ว ตนเองก็รู้สึกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมายังสภ.เมืองพัทยา ซึ่งตนเองนั้นมีโรคประจำตัวคือโรคลมชักด้วย

เบื้องต้นผู้บาดเจ็บทั้งหมดยังอยู่ในการดูแลขอแพทย์อย่างใกล้ชิด ที่โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล 9 ราย โรงพยาบาลเมืองพัทยา 4 ราย และผู้บาดเจ็บสาหัสที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา 2 ราย รวมบาดเจ็บทั้งหมด 15 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตทั้งสองรายเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯได้เก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง ส่วนนายอัครเดช เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ปรากฏว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่านายอัครเดช จะอ้างว่าเป็นโรคประจำตัวเกิดกำเริบ เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์





ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ