saostar

Banner โฆษณา

หนุ่มเบญจเพสขับเก๋งตัดหน้ารถพ่วง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย


หนุ่มวัยเบญจเพสขับรถเก๋งป้ายแดงมาพร้อมเพื่อนรวม 4 คน ขับรถตัดหน้ารถพ่วงบรรทุกเหล็กม้วนที่ขับมาทางตรงชนเข้ากลางลำอย่างแรง  ส่งผลให้คนขับรถเก๋งและเพื่อนที่มาด้วยได้บาดเจ็บสาหัส แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันนี้(11 ก.ค.พ.ต.ท.สมพงษ์ อติวงษ์ธาดา สารวัตรสอบสวน สภ.หนองขาม จังหวัดชลบุรี   ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา  ว่ามีอุบัติเหตุรถพ่วงชนกับรถยนต์เก๋งและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายติดอยู่ในรถช่วงไฟแดงเก้ากิโลเส้นทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ 7 ตอน 3 ฝั่งขาเข้าชลบุรี  จึงรีบเดินทางไปร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลแหลมฉบังพร้อมกำลังหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันเร่งให้การช่วยเหลือนายวิธาน สารศิริวงศ์  อายุ 25 ปี คนขับรถเก๋งมาสด้า  ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ก – 3381 ลพบุรี  ซึ่งมีอาการสาหัส และนางสาว ทิศาชล ระวิวรรณ์ อายุ 23  ปี ที่นั่งมาข้างคนขับซึ่งได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเช่นกันออกมาจากรถเก๋งเป็นการด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล  ส่วนอีก 2 ราย นั่งโดยสารมาเบาะด้านหลังและได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทราบชื่อคือนายกิตติทัต พิกุลกลิ่น อายุ 19 ปี และนางสาวจุตฑามาศ คงเพชรศักดิ์ อายุ 19 ปี ทางหน่วยกู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือออกมาได้ก่อนและทำการปฐมพยาบาลและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล  ใกล้กันพบรถพ่วงบรรทุกเหล็กม้วนยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 72 – 2146 ชลบุรี หมายเลขทะเบียนส่วนหาง 72 – 2147 ชลบุรี  สภาพด้านหน้าได้รับความเสียหายจอดอยู่ โดยมีนายธวัฒน์ชัย ตลาดเงิน อายุ 23 ปี คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างทาง  
  
หลังจากนั้นได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลแหลมฉบังว่า นางสาวทิศาชล ผู้ได้รับบาดเจ็บที่นั่งมาข้างคนขับซึ่งถูกชนด้านของตัวเองอย่างแรงนั้นทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

นายวิธาน คนขับรถพ่วง ให้การว่า ตนเองได้ขับรถพ่วงบรรทุกเหล็กม้วนมาจากทางแหลมฉบังเพื่อมุ่งหน้าไปปิ่นทอง แต่พอขับมาถึงที่เกิดเหตุแยกไฟแดงคู่ขนานซึ่งสัญญาณไฟเปิดเป็นไฟกระพริบอยู่  ตนซึ่งก็ขับมาทางตรงตามปกติแต่รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับออกมาจากทางด้านเครือมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองศรีราชาและตัดหน้ารถพ่วงของตนกะทันหันจึงเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานพร้อมเชิญตัวคนขับรถพ่วงไปทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป






ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ