saostar

Banner โฆษณา

วอนเทวดาช่วย บริษัทกู้ตู้คอนเทนเนอร์ในทะเลใกล้เจ๊ง หลังไร้ผู้รับผิดชอบ


เจ้าของบริษัทที่กู้ตู้คอนเทนเนอร์ เหตุเรือภัทรมารีน 6 จมลงทะเลอ่าวอุดมจนตู้ลอยเกลื่อนทะเลวอนผู้เกี่ยวข้องช่วยเหลือ หลังใช้เงินค่าดำเนินการไปมากกว่า 10 ล้าน แต่ยังไม่มีใครรับผิดชอบค่าใช่จ่าย จนบริษัทหมดสภาพคล่องทางการเงิน

วันนี้ ( 1 ก.ย. ) ผู้สื่อข่าวทราบข้อมูลจากชาวประมงในเขตอ่าวอุดม จังหวัดชลบุรี ว่า มีป้ายผ้าเขียนข้อความเขียนลักษณะร้องขอความช่วยเหลือ หรือประชดประชันบนเรือบาธที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จมลงเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งเรือบาธอยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งสะพานปลาอ่าวอุดม ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ออกไปในทะเลไกลประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งข้อความเขียนว่า “ตู้ทั้ง 46 ใบนี้ เมื่อไหร่จะมารับผิดชอบ ใช้เงินใช้ทองจนหมดตัวแล้ว” “ไม่มีข้าวกินแล้วครับ ช่วยเหลือเขาจนเราเดือดร้อน ช่วยเขาแต่เขาไม่ช่วยเรา ไม่รู้จะทำอย่างไร” “เตือน ตู้จมน้ำ 26 ใบ ยังอยู่ในทะเล โปรดระวังอุบัติเหตุซ้ำซ้อน” “น้ำมันก็ไม่มีเงินซื้อ ไปหากินที่อื่นก็ไม่ได้” และ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพวกผมด้วยครับ” จึงลงเรือไปตรวจสอบพบว่ามีจริง และสอบถามจนทราบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นของ บริษัท M.S.เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นของ นายสมชาย พัฒน์จันทร์หอม จึงได้ติดต่อขอทราบเรื่องราวดังกล่าว

หลังจากได้พบจึงสอบถาม นายสมชาย พัฒน์จันทร์หอม พร้อมเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เกิดเหตุ เรือภัทรมารีน 6 ยาว 70 เมตร น้ำหนักบรรทุก 1,800 ตัน บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จมลงบริเวณเกาะท้ายตาหมื่น อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เรือลำดังกล่าวจมไปพร้อมกับๆ ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 72 ตู้ และบางตู้ลอยเกลื่อนอยู่บนผิวทะเล จึงได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคนรู้จักให้ช่วยเหลือเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ให้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเรือสินค้าที่แล่นผ่านในบริเวณดังกล่าว ซึ่งตนเองดูแล้วว่าสามารถทำได้ จึงได้ตอบตกลงไปและทำการเก็บกู้ทันที ซึ่งบริษัทของตนสามารถเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำและที่จมอยู่ใต้น้ำรวมแล้วจำนวน 46 ตู้ ก่อนยกขึ้นไว้บนเรือบาธของบริษัทตนเอง

หลังจากนั้นก็ได้ทำการสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายกับเจ้าของเรือ และบริษัทประกันภัยของเรือภัทรมารีน 6 ซึ่งก็พบว่าทั้งสองส่วนได้ปัดความรับผิดชอบ โยนกันไปโยนกันมา จนเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบันเป็นเวลานานกว่าสองเดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งระหว่างนั้นทางบริษัทต้องออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด รวม ๆ แล้วเป็นเงินจำนวนมากกว่า 10 ล้านบาท จนทำให้ขณะนี้ทางบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่มีเงินไปจ่ายค่าดำเนินการที่เหลือ รวมทั้งค่าแรงงานพนักงาน เงินหมุนเวียนในระบบของธนาคารก็มีปัญหา รวมทั้งงานที่มีอยู่ก็ไม่สามารถจะไปได้เนื่องจากบนเรือบาธมีตู้คอนเทนเนอร์กองไว้บนเรือ รวมทั้งสินค้าในตู้ซึ่งเป็นสินค้าทางการเกษตรเน่าเสียหาย ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านริมฝั่งในชุมชนอ่าวอุดมได้รับความเดือดร้อน และทำการร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรีแล้ว

ซึ่งตนเองก็ได้พูดคุยกับบริษัทประกันของเรือก็ได้รับคำตอบว่า เมื่อกู้เรือขึ้นมาได้จะได้ประเมินความเสียหาย แต่เมื่อกู้เรือขึ้นมาได้กลับถูกบ่ายเบี่ยงอีก ซึ่งตนเองและลูกน้องในบริษัทก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้คนช่วยเหลือ จึงตัดสินใจเขียนป้ายผ้าติดประกาศประชดประชัน เผื่อว่าจะมีเทวดามาเห็น และเข้ามาช่วยเหลือกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนเองก็รู้สึกน้อยใจเมื่อผู้ช่วยเหลือกลับกลายต้องมาเป็นผู้ประสบเหตุเสียเอง จึงวอนหน่วยงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือตนเองด้วย

                “รวมทั้งตนเองก็ยังเป็นห่วงตู้สินค้าอีก 26 ใบ ที่ยังจมอยู่ในทะเล ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงจุดไหน เมื่อโดนคลื่นทะเลซัดไปกลิ้งไปมาใต้ทะเล อาจส่งผลกระทบกับเรือสินค้าไปผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งบริเวณดังกล่าวมีสายเคเบิ้ลใต้น้ำ ท่อส่งก๊าซของบริษัทน้ำมัน รวมทั้งสะพานท่าเรือเอกชนอีกหลายแห่ง ซึ่งถ้าตู้คอนเทนเนอร์กลิ้งไปเกี่ยวสายเคเบิ้ลหรือท่อส่งก๊าซก็อาจเกิดอันตรายจนไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้” นายสมชาย กล่าวทิ้งท้าย












ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ