Mom12-Banner

saostar

Banner โฆษณา

ชาวบ้านอ่าวอุดมร้อง กลิ่นตู้สินค้าเกษตรที่จม ส่งกลิ่นเหม็นกระทบชุมชน


ชาวบ้านอ่าวอุดม ร้องกลิ่นเหม็นเดือดร้อนจากตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าการเกษตรเน่าบนเรือบาธ วอนย้ายออกจากพื้นที่อย่างเร็วที่สุด เพราะเดือดร้อนจากกลิ่นมานานกว่าเดือนแล้ว

วันนี้(7 ก.ย. นางสุนันท์ เสียงดัง  ประธานชุมชนบ้านอ่าวอุดม  เป็นตัวแทนชาวบ้านอ่าวอุดม ออกมาร้องเรียนกับสื่อ ถึงกรณีชาวบ้านอ่าวอุดมได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นเป็นเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา จากตู้สินค้าทางการเกษตรที่เก็บกู้ขึ้นมาไว้บนเรือเรือบาธของบริษัท M.S.เซอร์วิส จำกัด  ซึ่งจอดห่างจากชายฝั่งสะพานปลาอ่าวอุดมไปประมาณ 1 กิโลเมตร  หลังจากร้องเรียนไปแล้วหลายหน่วยงานก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุเรือภัทรมารีน 6 ยาว 70 เมตร น้ำหนักบรรทุก 1,800 ตัน บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จมลงบริเวณเกาะท้ายตาหมื่น เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ส่งผลให้เรือลำดังกล่าวจมไปพร้อมกับๆ ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 72 ตู้ และบางตู้ลอยเกลื่อนอยู่บนผิวทะเล  ก่อนที่ บริษัท M.S.เซอร์วิส จำกัด   จะได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคนรู้จักให้ช่วยเหลือเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ให้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเรือสินค้าที่ผ่านในบริเวณดังกล่าว  จนสามารถเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำและที่จมอยู่ใต้น้ำรวมแล้วจำนวน 46 ตู้ ก่อนยกขึ้นไว้บนเรือบาธ ห่างจากชายฝั่งสะพานปลาอ่าวอุดมประมาณ 1 กิโลเมตร 

หลังจากยกตู้มาไว้บนเรือบาธแล้ว  ยังไม่มีใครออกมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทเก็บกู้ตู้และใช้เงินในการดำเนินการไปมากกว่า 10 ล้านบาท  จนบริษัทหมดสภาพคล่องทางการเงิน จนถึงขั้นเขียนป้ายผ้าข้อความลักษณะร้องขอความช่วยเหลือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  รวมทั้งสินค้าในตู้ซึ่งเป็นสินค้าทางการเกษตรเกิดการเน่าเสียหาย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ  ทำให้ชาวบ้านริมฝั่งในชุมชนอ่าวอุดมได้รับความเดือดร้อน

นางสุนันท์   กล่าวอีกว่า  ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรีแล้วแต่ก็ยังเงียบ รวมทั้งยังได้บอกผ่านไปยังกรมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ลงมาพื้นที่เกาะสีชังเรื่องก็ยังเงียบ ซึ่งตนก็เห็นใจทางบริษัทเรือที่มากู้จนได้รับผลกระทบขาดสภาพคล่องทางการเงินและพนักงานที่มาก็ยังไม่ได้รับเงินเดือน ต้องนอนทนอยู่กับกลิ่นเหม็นบนเรือบาธแห่งนั้นอีก โดยจะไปทำหรือรับงานที่อื่นก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงินและค่าน้ำมัน  จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการและช่วยนำตู้สิ้นค้าบนเรือบาสออกไปจากพื้นที่ภายในสิ้นเดือนนี้ด้วย  และหากไม่รีบดำเนินการภายในสิ้นเดือนนี้  ทางชาวบ้าน คงจะต้องมีมาตรการที่รุนแรงกว่านี้แน่นอน  เพราะที่ผ่านมากระทำทุกอย่างแล้ว ก็ยังไม่เห็นดำเนินการอะไรเลย

ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายสมชาย พัฒน์จันทร์หอม กรรมการผู้จัดการบริษัท M.S.เซอรวิส ได้รับการเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการโอนเงินค่าใช้จ่ายบางส่วนเข้ามาให้แล้ว ซึ่งการเจรจาทั้งสองฝ่ายเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่าอีกประมาณไม่เกินสองสัปดาห์จะมีการเคลื่อนย้ายเรือบาธออกนอกพื้นที่เพื่อนำสิ่งของในตู้คอนเทนเนอร์ไปทำลายในสถานที่ปลอดภัยได้แล้ว





ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ