Mom12-Banner

saostar

Banner โฆษณา

ท่าเรือแหลมฉบังเปิดศูนย์ขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ

 ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ขยายลมปราณระบบขนส่งของประเทศ ด้วยการเปิดศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากถนนมาเป็นทางราง เป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ ให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น

วันนี้ ( 25 ต.ค. ) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดดำเนินการโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมี ร้อยตำรวจตรี มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทน ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย  เป็นผู้กล่าวต้อนรับในพิธีฯ พร้อมด้วย เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว ณ ศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ

โครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี.ได้ลงมติอนุมัติ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 ในหลักการให้กระทรวงคมนาคม (การท่าเรือแห่งประเทศไทย) ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีการดำเนินการบนพื้นที่ 600 ไร่ อยู่ระหว่างท่าเทียบเรือชุด.B.และชุด.C.ที่มีพื้นที่กองเก็บตู้สินค้าได้มากถึง 28,000.TEU และลักษณะของ Rail Yard มีการติดตั้งรางรถไฟ ที่มีลักษณะเป็นพวงราง จำนวน.6.ราง.ทำให้สามารถจอดขบวนรถไฟได้รางละ.4.ขบวน.รวมเป็น.8.ขบวนและมีการติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง ที่ทำงานคร่อมรางรถไฟได้ทั้ง 6 รางในเวลาเดียวกัน

สำหรับโครงการนี้ มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น รวมถึง การติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าขึ้นลงรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อรองรับ และเชื่อมต่อกับโครงการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากสถานีรถไฟแหลมฉบังเข้าสู่พื้นที่โครงการ ระยะทางประมาณ 4.3 กิโลเมตร และมีเป้าหมายแผนการลงทุนในโครงการ เป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เพื่อรองรับตู้สินค้าได้ถึง 1 ล้าน TEU ต่อปีและระยะที่ 2 สามารถรองรับตู้สินค้าได้ถึง 2 ล้าน TEU.ต่อปี และเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ด้วยระบบรางได้ถึง 25% ในอนาคต อีกด้วย

อีกทั้งโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเป็นโครงการที่ได้รับนโยบายจากรัฐบาลที่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง.(Shift.Mode) จากถนนมาเป็นทางราง เพื่อเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ ให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมทั้ง ลดปัญหาการจราจรที่แออัด และเป็นการสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกรวดเร็ว อีกด้วย










ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ