Mom12-Banner

saostar

Banner โฆษณา

แพทย์เตือนระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด แนะฉีดยาป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

แพทย์เตือนประชาชนเฝ้าระวังการ ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ หลังพบอัตราการเข้ารักษาตัวและนอนพักในโรงพยาบาลฯ เป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของคนไข้แอดมิดทั้งหมด แนะฉีดวัคซีนปีละครั้งป้องกันโรคแทรกซ้อนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 

วันนี้ ( 1 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายแพทย์ภวัต วิทยโผลทัย แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยว่าจะมีขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนคือ ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. และเดือน พ.ค.-มิ.ย. แต่ปัจจุบันโรคดังกล่าวเริ่มมีการแพร่ระบาดตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีทั้งชาวต่างชาติ รวมทั้งแรงงานต่างถิ่นและประชาชนในพื้นที่  ซึ่งจากประมาณการณ์การเข้ารับการรักษาและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พบว่าอัตราผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มีมากถึง 1 ใน 3 ของคนไข้ที่นอนพักรักษาตัวทั้งหมด  ชี้ให้เห็นว่าในชุมชนเริ่มมีผู้ป่วยที่มีเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยไม่รู้ตัวอีกจำนวนมาก

สำหรับการสังเกตอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ คือเริ่มจากการมีไข้  น้ำมูก ไอ เจ็บคอและอาการของทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งหากป่วยโดยโรคไข้หวัดใหญ่อาการจะรุนแรงกว่าการเป็นไข้หวัดทั่วไปคือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวและผู้ป่วยจะมีความทรมานจากโรคคือ การอ่อนเพลีย  ดังนั้นหากมีอาการตามที่กล่าวในช่วง 1-2 วันควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดในทันที

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การฉีดวัคซีนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนไปของสายพันธุ์เชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดโรคได้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือ 1. เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี 2.ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลง 3.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่จะทำให้มีโอกาสในการมีโรคแทรกซ้อน เช่น การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด หรือแม้แต่การเกิดปอดอักเสบได้ง่ายกว่าคนปกติถึง 5 เท่า  และ 4.กลุ่มคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป   รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคหอบหืด คนพิกาย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ

ทั้งนี้เชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อได้ทางละอองฝอยไอและจาม  ซึ่งหากสูดหายใจโดนละอองฝอยดังกล่าวจะทำให้ได้รับเชื้อโดยตรงผ่านเยื่อบุโพรงจมูก หรือเยื่อบุตา รวมทั้งการสัมผัสสิ่งของต่อจากผู้ติดเชื้อจึงจำเป็นต้องมีการล้างมือให้บ่อย และหากในครอบครัวมีคนป่วยด้วยโรคดังกล่าวควรแยกห้องนอนและภาชนะที่ใช้ร่วมกัน


ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ