Mom12-Banner

saostar

Banner โฆษณา

วงจรปิดจับภาพรถไฟชนรถพ่วงจนพลิกตะแคงในท่าเรือแหลมฉบัง เร่งเคลียร์พื้นที่

 วงจรปิดจับภาพรถบรรทุกน้ำตาล พยายามจะรอดแผงกั้นทางรถไฟ แต่ไปไม่พ้น จึงทำให้ถูกหัวรถจักรชน ที่บริเวณจุดตัดรถไฟถนนหมายเลข 2 แยกไฟแดงกลางทุ่ง ท่าเรือแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่อำนวยความสะดวก อย่างเร่งด่วน คาดไม่เกิน 18.00 น.วันนี้เปิดถนนใช้งานได้

เมื่อวันที่ (2 มี.ค.) เวลา 19.14 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรดีเซลเลขที่  5 110  หัวรถจักรเปล่า ชนกับรถบรรทุกลากพ่วง แบบแม่ลูก บรรทุกน้ำตาล(น้ำเชื่อม) ยี่ห้อ อีซุซุ สีขาว ทะเบียน 70-8526 สมุทรสาคร ทะเบียนส่วนหาง 70-8250 สมุทรสาคร  บริเวณจุดตัดรถไฟถนนหมายเลข 2 แยกไฟแดงกลางทุ่งเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น

            กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยพบว่าหัวรถจักรกำลังเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ ได้มีรถบรรทุกน้ำบรรทุกพ่วง ขับข้ามรางรถไฟมาในระยะกะชั้นชิด จนทำให้หัวรถจักรพุ่งเข้าชนบริเวณส่วนหางของรถบรรทุกจนหัวรถจักรดีเซลคว่ำลักษณะตะแคง มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล  และรถบรรทุกลากพ่วงส่วน หางได้ขาดออกจากส่วนหัวคว่ำลักษณะตะแคง มีน้ำเชื่อมรั่วไหล  โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  และเสียชีวิต  

ด้าน ร.ต.อ. ธนาบดี ธูปเทียนรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  เผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุจึงได้ลงพื้นที่ ไปตรวจสอบพร้อมประสานการรถไฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบ และจัดเจ้าหน้าที่ของท่าเรือแหลมฉบังอำนวยความสะดวกเคลียร์พื้นที่โดยสอบสวนเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำจุดตัดแผงกั้นจุดเกิดเหตุ เล่าว่าในช่วงที่รถไฟวิ่งมานั้น ได้นำแผงมากั้นทั้งสองฝั่งและให้สัญญาณมือโบกให้รถบรรทุกคันดังกล่าวหยุด แต่รถบรรทุกไม่ยอมหยุดและได้ฝ่าแผงกันและสัญญาณมือ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

        สำหรับการเก็บกู้หัวรถจักร ได้มี หน่วยซ่อมของ รฟท. นำรถเครื่องมือซึ่งเดินทางมาจาก กรุงเทพ ฯ เพื่อมาสำรวจและยกรถดังกล่าวออกจากรางได้แล้วและสามารถเปิดเส้นทางให้ขบวนรถไฟที่เข้ามายังท่าเรือแหลมฉบังได้ใช้งานตามปกติแล้ว

                ในส่วนของเส้นทางบนถนนที่มีน้ำเชื่อมไหลออกมาเปื้อนถนนเป็นจำนวนมากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรบริเวณที่เกิดเหตุชั่วคราว ก่อนจะใช้ใช้ทรายดูดซับน้ำเชื่อมที่อยู่บนท้องถนน ก่อนนำทรายไปทิ้งยังแหล่งที่ปลอดภัย และเร่งทำความสะอาดพื้นผิวถนน ก่อนจะเปิดให้รถบรรทุกพ่วงได้ใช้งานบนท้องถนนได้ต่อไป
 



ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ