saostar

Banner โฆษณา

รถเทนเลอร์ชนท้าย 4 รวด ไฟลุกไหม้คลอกคนขับไหม้เกรียมดับคารถ

รถเทนเลอร์ 22 ล้อชนท้ายรถที่ต่อคิวเตรียมออกเส้นทางมอเตอร์เวย์ 4 คันรวด ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้ ต้องประสานรถดับเพลิงมาช่วยกันดับ พบคนขับรถวัย 27 ปีถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ 1 ราย

                เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. วันนี้ ( 16 เม.ย. ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคันเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้ ที่บริเวณถนนสายมอเตอร์เวย์ กม. 2-800 สะพานกลับรถหนองขาม หมู่ 9 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และ พ.ต.ท.นักรบ ศิริพันธ์สารวัตร (สอบสวน) ทางหลวงที่ 2 กองกำกับการ 8 ทางหลวงมอเตอร์เวย์ เข้าร่วมตรวจสอบ

                ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์กำลังช่วยกันดับไฟที่ไหม้หัวรถเทนเลอร์ 22 ล้อ ที่ชนติดอยู่บริเวณท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ โดยมีเจ้าหน้าที่ทางหลวงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยปิดกั้นเส้นทางไม่ให้รถทุกชนิดผ่าน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากไฟได้ไหม้อย่างรุนแรงและมีถังแก๊ส NGV ติดอยู่กับหัวรถเทนเลอร์ที่กำลังลุกไหม้อยู่ด้วย โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยพบว่ามีรถเทนเลอร์ที่ถูกชนท้ายอีก 2 คัน และรถกระบะ 1 คัน ได้รับความเสียหายด้วย

                จากการตรวจสอบในรถเทนเลอรืที่ไฟไหม้พบร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกจนไหม้ดำเป็นตอตะโก ทราบชื่อคือ นายเชาวลิต ทาวังม่วง อายุ 27 ปี ในสภาพตัวพิงอยู่กับเบาะ ขาติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบังต่อไป

                จากการสอบสวน นายวุฒิชัย โพเถื่อน คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ตนเองได้ขับชิดซ้ายต่อคิวรถคันอื่น ๆ อีกหลายคัน เพื่อเตรียมออกไปถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ พอตนเองจอดรถนิ่งสนิทแล้ว ก็มีรถเทนเลอร์คันดังกล่าววิ่งมาชนท้ายอย่างแรงจนรถตนเองกระเด็นไปชนรถเทนเลอร์ที่จอดรอด้านหน้าอีก 2 คันและรถกระบะอีก 1 คัน หลังจากนั้นตนเองก็ลงมาจากรถ  เห็นรถที่ชนท้ายตนเองไฟไหม้จึงรีบหนีออกมาให้ห่าง จากนั้นจึงโทรแจ้งกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

                ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป








ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ