saostar

Banner โฆษณา

เจ้าของร้านจักรยานยนต์ชื่อดัง ถูกใบสั่ง 7 ใบ คาดสวมทะเบียน ตั้งรางวัลนำจับ 1 หมื่น

หนุ่มร้านรถจักรยานยนต์ชื่อดังเมืองศรีราชา รับใบสั่งข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนด ส่งมาให้เสียค่าปรับถึงบ้านถึง 7 ใบ ภายในระยะเวลา 3 เดือน ทั้งที่ไม่ได้ขับไปที่ดังกล่าวเลย คาดถูกสวมทะเบียน พอแจ้งคอลเซ็นเตอร์กลับถูกบอกว่าให้ไปเปลี่ยนทะเบียนจะง่ายกว่า จึงเข้าแจ้งความแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เผยจับตัวได้มีรางวัลให้ 10,000 บาท

วันนี้ ( 27 พ.ค. ) ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก นายศุภลักษณ์ โรจนะประเสริฐกิจ เจ้าของร้านจักรยานยนต์ชื่อดังเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่าได้รับความไม่สบายใจจากกรณีที่มีหนังสือให้ไปเสียค่าปรับเหตุขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึง 7 ใบด้วยกัน โดยมีภาพถ่ายยืนยันเป็นรถเก๋งฮอนด้า CRV สีขาว หมายเลขทะเบียน งจ 3151 ชลบุรี แนบมาด้วย ซึ่งในครั้งแรก ระบุว่าในวันที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 17.17 น.เหตุเกิดที่ ถนนกาญจนาภิเษก (ทล.พ.9) กม.5 (ขาเข้า) ตำบลคลองสี่ อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยใช้ความเร็วไป 134 กม./ชม. ทั้งที่รถยนต์เก๋งคันนี้ในช่วงดังกล่าวซึ่งอยู่ในสถานการณ์โควิด 19 รถคันนี้ขับอยู่แต่ในอำเภอศรีราชา ไม่ได้เดินทางไปไหนเลย จึงเกิดความไม่สบายใจ  หลังจากได้รับใบสั่งแล้วก็ได้ปรึกษาพ่อ และตรวจสอบรูปภาพที่ส่งมาพบว่ามีจุดสังเกตที่ไม่เหมือนกันคือ ตรงแผ่นป้ายทะเบียนรถของตนเองจะมียี่ห้อรถติดอยู่ รวมทั้งบริเวณคิ้วประตูด้านข้างจะไม่เหมือนกัน จึงได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.ศรีราชา เพื่อให้เป็นหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงโทรไปปรึกษาคอลเซ็นเตอร์กลับได้รับคำตอบว่า “ให้ไปเปลี่ยนทะเบียนเอง จะง่ายกว่า”  แต่ตนเองก็ไม่ได้ไปจ่ายเงินเนื่องจากตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด น่าจะมีพวกมิจฉาชีพนำทะเบียนไปสวม ซึ่งพ่อของตนเองได้ประกาสตั้งรางวัลนำจับ 10,000 บาท ให้กับผู้ที่ให้เบาะแสจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ เพื่อความสบายใจของตนเองและครอบครัว ที่ไม่รู้ว่าจะมีใบสั่งมาถึงบ้านอีกกี่ใบ และเกรงว่าจะมีปัญหาในการใช้รถยนต์คันนี้ด้วย

หลังจากนั้นตนเองก็ได้รับหนังสือใบสั่งลักษณะเช่นเดิมอีกถึง 6 ใบด้วยกัน  โดยครั้งที่ 2 ระบุวันที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 14.36 น.เหตุเกิดที่ ถนนพระราม 2  (กม.ที่ 79) แขวงแพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  โดยใช้ความเร็วไป 152 กม./ชม.
ครั้งที่ 3 ระบุ เหตุเกิดที่ ทางหลวง 32 กม.ที่ 45 ขาออก ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้ความเร็วไป 140 กม./ชม.
ครั้งที่ 4 ระบุ วันที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 14.53 น.เหตุเกิดที่ ถนนเพชรเกษม กม.ที่ 174+800 ต.ท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี  โดยใช้ความเร็วไป 142 กม./ชม.
 ครั้งที่ 5 ระบุวันที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 16.06 น.เหตุเกิดที่ ถนนพระราม 2  (กม.ที่ 79) แขวงแพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  โดยใช้ความเร็วไป 122 กม./ชม.
ครั้งที่ 6 ระบุวันที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 19.45 น.เหตุเกิดที่ ถนนสายเอเชีย กม.ที่ 7+500 ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โดยใช้ความเร็วไป 142 กม./ชม.
และครั้งล่าสุดครั้งที่  7  ระบุวันที่ 16 เมษายน 2563 เวลา 16.45 น.เหตุเกิดที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 32 (เอเชีย) กม.ที่ 112-113 ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท  โดยใช้ความเร็วไป 154 กม./ชม.

                นายศุภลักษณ์ โรจนะประเสริฐกิจ กล่าวต่อว่า ที่เข้าแจ้งความและร้องสื่อนั้น เนื่องจากตนเองและครอบครัวเกรงว่ารถยนต์ของตนเองจะถูกสวมทะเบียนโดยมิจฉาชีพ ซึ่งเบื้องต้นความผิดในการขับรถเร็วนั้นยังไม่กังวลเท่าไร แต่ถ้ามีใครนำรถยนต์คันดังกล่าวที่มีทะเบียนเหมือนของตนเองไปก่อเหตุร้ายแรงขึ้นมา ตนเองและครอบครัวเกรงว่าจะได้รับความเดือดร้อน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามรถยนต์คันดังกล่าวมาตรวจสอบ ถ้ามีความผิดขอให้ดำเนินคดี ส่วนตนเองและครอบครัวก็จะมอบเงินสดจำนวน 10,000 บาทให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือสามารถจับกุมรถยนต์คันนี้มาดำเนินคดีให้เป็นน้ำใจอีกด้วย






ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ