saostar

Banner โฆษณา

ลูกบ้านหมู่บ้านดังบึงร้อง กลิ่นควันโรงเผาถ่านสร้างความเดือดร้อน จี้ย้ายหรือหยุดกิจการ


ลูกบ้านโครงการหมู่บ้านดังร้องสื่อ ได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและควันโรงเผาถ่านที่ส่งกลิ่นเหม็นและควันรบกวนตลอดทั้งวัน หลังจากผิดคำสั่งเทศบาลฯ ที่ห้ามเผาเกิน 3 เตา จึงร้องท้องถิ่นจี้ให้ย้าย หรือหยุดกิจการ ด้านโรงเผาถ่านยอมรับสร้างความเดือดร้อนจริงเตรียมหาที่ใหม่ภายในสองเดือนนี้ เนื่องจากจะหมดสัญญาเช่าภายในปี 65 อยู่แล้ว ด้านชาวบ้านทั่วไปเผยเห็นใจโรงเผาถ่านมาอยู่เกือบ 20 ปีถูกลูกบ้านโครงการหมู่บ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ไม่ถึง 2 ปีร้องเรียนจนต้องย้ายออกไป

                วันนี้ ( 25 มี.ค. ) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านหมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 หลังวัดบึงราชาวาส ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากโรงเผาถ่านที่อยู่ด้านหลังโครงการหมู่บ้านประมาณ 800  เมตร ที่ประกอบกิจการเผาถ่านจนเกิดควันและกลิ่นลอยเข้าหมู่บ้านทั้งวันทั้งคืน ทำให้ลูกบ้านที่อยู่ในโครงการหายใจไม่สะดวก แม้จะปิดบ้านเปิดแอร์ก็จะมีกลิ่นการเผาไหม้โชยเข้าไปในบ้าน ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ หรือคนชรา เกิดการเจ็บป่วย อยู่กันอย่างไม่เป็นปกติสุข โดยลูกบ้านได้ไปร้องยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชา เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว โดยเทศบาลฯได้ตักเตือนให้หาวัสดุมาปิดคลุมเตาเผาทุกด้าน เพื่อป้องกันฝุ่นควันไปสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทันที และให้ทางโรงเผาถ่านลดปริมาณการผลิตจากในโรงงานที่มี 21 เตา ให้เผาถ่านได้วันละประมาณ 3 เตาแล้วและความสูงของเตาไม่เกิน 1.5 เมตร ภายในระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือจากทางเทศบาลฯ และเจ้าของกิจการได้ทำการเซ็นชื่อรับทราบข้อปฏิบัติแล้ว  แต่ล่าสุดยังพบว่ามีการเผาถ่านต่อโดยไม่เป็นไปตามที่ตกลงกับทางเทศบาลฯไว้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ 

ซึ่งทางด้านเจ้าของกิจการได้ยอมรับว่าการเผาถ่านทำให้คนรอบข้างได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและควันจริง ก็ได้พยายามแก้โดยการเตรียมหาที่ประกอบกิจการแห่งใหม่แล้ว เพียงขอเวลาอีก 2 เดือนไม่เกินเดือนพฤษภาคมจะย้ายโรงเผาถ่านไปอยู่ในเขตพื้นที่อื่นต่อไปแล้ว ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวเผยว่าได้กลิ่นบ้างเป็นบางเวลา แล้วแต่กระแสลมจะพัดไปทางทิศทางไหน  แต่ก็ไม่ทำให้เดือดร้อนมากมายนัก แต่เห็นใจโรงเผาถ่านที่ทำธุรกิจนี้มาเกือบ 20 ปี ชาวบ้านแถวนี้ไม่เคยร้องเรียน จนกระทั่งโครงการหมู่บ้านแห่งนี้มาซื้อที่ปลูกสร้างได้ไม่ถึง 2 ปี คนที่มาซื้อบ้านในโครงการก็มาร้องเรียนโรงเผาถ่านแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมย้ายสถานที่ไปอยู่ที่อื่นแล้ว เนื่องจากเจ้าของที่ดินที่เช่าอยู่ได้ทำการขายที่ไปแล้ว จึงต้องย้ายไปประกอบกิจการที่อื่นอย่างแน่นอน ภายในเดือนพฤษภาคม 65 นี้จะไม่มีการเผาถ่านอีกเด็ดขาด

โดยนางสุวรรณี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี เปิดเผยว่าตนเองได้รับความเดือดร้อนจากควันและกลิ่นจากโรงเผาถ่าน โดยจะมีควันและกลิ่นโชยมาเต็มหมู่บ้านทำให้มีอาการแสบตา แสบจมูก ในช่วงเวลา 18.00-22.00 น.ออกจากบ้านไม่ได้เลย เด็ก ๆ ก้จะมีอาการไอเป็นไข้กันหมด เกิดจากโรงเผาถ่านที่อยู่ด้านหลัง จะเกิดหนักมากในช่วงเย็น กลิ่น ควัน เขม่า จะมาโชยมาแทบทุกวัน ตนเองจึงอยากให้โรงเผาถ่านหยุดกิจการหรือย้ายไปที่ใหม่ที่ไม่ใกล้ชุมชนมากนัก ซึ่งเราก็เห็นใจโรงงานเผาถ่านเพราะเป็นอาชีพของเขา ซึ่งหมู่บ้านเราจะได้รับผลกระทบมาก ทราบมาว่าอีก 2 เดือนจะย้ายออกไปก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ตอนนี้ที่บ้านลูกเป็นภูมิแพ้ จนต้องไปนอนบ้านญาติ มีลูกค้ามาซื้อของซื้ออาหารไปกินนอกบ้านก็กินไม่ได้ต้องไปกินในบ้าน เพราะนั่งข้างนอกจะแสบตาแสบจมูกเป็นอย่างมาก

ด้านนายชาญวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เปิดเผยว่า  ตนเองจะได้กลิ่นควันตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นที่เริ่มจะหนักขึ้น บางครั้งจะมีเป็นควันเป็นลอยมาเลย กลิ่นจะได้ชัดมาก เมื่อได้กลิ่นก็จะมีอาการแสบจมูกหายใจไม่ค่อยออก เลานอนก็นอนไม่หลับ เวลาอยู่ในบ้านก็จะได้กลิ่นประมาณหนึ่ง พอเปิดแอร์ก็จะชัดเจนขึ้น เมื่อตากผ้าก็จะมีกลิ่นติดเสื้อ ซึ่งเป็นเช่นนี้มานานหลายเดือน จึงได้แจ้งไปยังโครงการและติดต่อไปยังโรงเผาถ่านก็ทราบว่าเค้าจะหยุดหรือย้ายออกไปยังที่อื่น ซึ่งฝากขอความร่วมมือให้เผาถ่านให้น้อยลง ให้สร้างมลพิษให้น้อยลง หรือหาวิธีทำให้กลิ่นและควันน้อยลงไป ทางเราเข้าใจว่ามันเป็นอาชีพของเขาแล้วเขามาอยู่ก่อน แต่เมื่อมีโครงการเข้ามาอยู่ทำให้ได้รับความเดือดร้อนการแก้ไขก็คือน่าจะทำเตาเผาแบบปิด ไม่ใช่เตาเผาแบบเปิดโล่ง ส่งกลิ่นรบกวนตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้  เราก็อยู่ด้วยกันได้แต่หลังจากเทศบาลให้คำแนะนำให้เขาเหลือเผาไม่เกิน 3 เตาทางเจ้าของโรงเผาถ่านเซ็นแต่ไม่ทำตามก็ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่ายอันนี้ถึงจะถูกไหมคะ การที่เค้าบอกจะแก้ไขและเลิกเผาภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 65 ย้ายที่ออกไปอันนี้ก็เป็นการแก้ไขที่ดีมากเพราะเขาไม่ทำตามคำแนะนำของเทศบาลเอง แต่ขอให้รอบนี้พูดจริงและทำจริงด้วยจะเป็นการดีมาก

ด้านนางสาวณัฐณิชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนเองได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและควันจนไม่สามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้เลย ตื่นมาก็เจ็บจมูก เจ็บคอ หายใจไม่ออก ซึ่งตนเองย้ายอาอยู่เพียง 2 เดือน ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าทนกันได้อย่างไร โดยกลิ่นควันถ่านจะโชยมามาตลอดทั้งวัน ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งหนักขึ้น จึงอยากให้หยุดเผาเลิกกิจการไปเลยก็ได้ ตอนนี้ใช้ชีวิตลำบากมาก ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น อากาศเป็นสิ่งสำคัญนะ

                หลังจากนั้นลูกบ้านในโครงการได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเข้าไปไกล่เกลี่ยและตรวจสอบโรงงานดังกล่าวด้วย เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและควันเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบยังโรงเผาถ่านดังกล่าว พบว่าคนงานยังปฏิบัติหน้าที่กันตามปกติ จึงเข้าไปแจ้งให้หยุดการเผาถ่านก่อน เพื่อจะได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนในโครงการก่อน แต่เนื่องจากได้มีการเผาไปแล้วจะต้องปล่อยไว้ประมาณ 7 วันถึงจะนำถ่านออกมาได้ โดยพบว่าภายในโรงงานมีเตาเผาประมาณ 21 เตา แบ่งเจ้าของเป็นหลายคน ทุกเตามีการเตรียมดำเนินการเผาไม้ให้กลายเป็นถ่านอยู่หลายเตา ซึ่งด้านในโรงงานจะมีกลิ่นไม้ไหม้ ส่งกลิ่นออกมาอยู่ตลอดเวลา โดยมีแรงงานที่อาศัยอยู่ในโรงงานรวมประมาณ 30 คน

                ด้าน นางประไพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เจ้าของโรงเผาถ่าน เปิดเผยว่า หลังจากตนเองได้รับเรื่องราวของความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการแล้ว ตนเองก็ยอมรับว่าโรงเผาถ่านของตนเอง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ซึ่งตนเองได้รับการแจ้งเตือนจากเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์แล้ว และตนเองก็พยายามจะย้ายกิจการไปที่อื่นแล้วภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็จะไม่มีการเผาถ่านอีกต่อไป ซึ่งจะให้ตนเองย้ายปุ๊บปั๊บเราทำไม่ได้ ส่วนการเผาถ่านเราก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เนื่องจากเราได้เหมาไม้มาจากโรงงานแล้ว ก็ต้องเอารายได้ตรงนี้ไปสร้างที่ใหม่ด้วย ซึ่งได้คุยกับเทศบาลฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแม้สัญญาเราก็ยังไม่หมด แต่เราก็ยินยอม ในช่วงเวลา 2 เดือนนี้เราก็พยายามให้เราและชาวบ้านอยู่ร่วมกันให้ได้ ซึ่งในโรเผาถ่านนี้มีผู้อาศัยอยู่ประมาณกว่า 30 คน

                ซึ่งในตอนนี้ช่วงเรากำลังจะย้าย เราก็ไม่ได้ดื้อดึง เราไม่ได้ต่อสู้ เราก็ยอมรับความจริงว่าความเจริญวิ่งเข้ามาหาเรา เราก็ต้องไปหาที่ใหม่ทดแทน ตอนที่เรามาอยู่ใหม่ ๆ พื้นที่นี้ยังเป็นป่า มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ไม่กี่หลัง ตอนนี้ผ่านมา 19 ปีแล้ว ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ก็เข้าใจว่าเราทำมาหากิน ชาวบ้านก็ไม่เคยมาร้องเรียนอะไร จนโครงการหมู่บ้านนี้เข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงปี

                ด้านชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าว (ไม่เปิดเผยชื่อและหน้าตา) เผยว่า โรงงานเผาถ่านอยู่ในพื้นที่มานานเป็น 20 ปีแล้ว เพิ่งมาโดนโครงการหมู่บ้านที่สร้างมาได้ไม่ถึง 2 ปีร้องเรียนให้ย้ายออกไป ซึ่งก็น่าเห็นใจว่าที่ทางที่จะไปสร้างโรงเผาถ่านใหม่ค่อนข้างหายาก อยากถามทำไมคุณมาซื้อบ้านแถวนี้ไม่ได้สำรวจก่อนว่าแถวนี้มีอะไรบ้าง มีโรงเผาถ่านสร้างความเดือดร้อนไหม พอมาซื้อแล้วก็ร้องว่ามีกลิ่นเหม็น ทำไมไม่ไปซื้อที่อื่น ไปร้องเอาสาธารณสุขมา ไปร้องเอาตำรวจมา  โรงงานเผาถ่านมี 30-40 ชีวิตอาศัยอยู่ ทำมาหากินกันมานาน อยู่ ๆ มาให้เค้าย้ายออกไป เตาเผา 1 เตาลงทุนไปสามหมื่น-สี่หมื่นบาท กว่าจะไปหาที่อื่นเริ่มต้นใหม่ กว่าจะทำที่พัก รื้อของเก่าไปสร้างใหม่ มันเห็นแก่ตัวกันมากไป

         ซึ่งปกติเราเองก็ได้กลิ่น แต่กลิ่นมันมาเป็นบางช่วง ถ้าลมมาทางนี้เราก็จะได้กลิ่น ซึ่งถ้าลมไม่พัดมาเราก็ไม่ได้กลิ่น อยู่ที่กระแสลม ซึ่งมีแต่กลิ่น ส่วนควันจะไม่มี ซึ่งเตาแบบนี้จะมีควันเล็กน้อย ซึ่งนาน ๆ จะได้กลิ่นสักที ซึ่งก็น่าเห็นใจโรงงานเตาถ่านอยู่เหมือนกัน

                ซึ่งข้อสรุปตกลงว่าทางโรงงานเผาถ่านได้ขอเวลาไม่เกินเดือนพฤษภาคมจะทำการย้ายและยุติกิจการในที่แห่งนี้ ก่อนจะย้ายไปทำยังสถานที่ใหม่ในจังหวัดระยอง ซึ่งในช่วงเวลาสองเดือนนี้จะพยายามทำให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้านในโครงการให้น้อยที่สุด ส่วนการหยุดเผานั้นคงทำไม่ได้เนื่องจากไปเหมาไม้จากโรงงานมาแล้ว จะต้องทำการเผาต่อไป แต่จะหามาตรการให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นและควันให้น้อยที่สุด

    ซึ่งข้อสรุปทางด้านลูกบ้านโครงการเผยว่า ทางลูกบ้านโครงการก็เห็นใจ ทางโรงเผาถ่าน แต่ถ้าโรงเผาถ่านปฏิบัติตามคำสั่งของทางเทศบาลฯ ตั้งแต่วันที่เซ็นเอกสารตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 64  ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติต่อไป












 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ